ครั้งแรกที่ได้รับข่าวว่าอาจารย์จะเปิดคอร์ส Nude Lighting เรารีบถามแม่กระต่ายทันทีว่าจะไปเรียนได้มั๊ย ซึ่งคำตอบก็เป็นดังที่หมายใจไว้ทุกอย่าง
เมื่อเราลงชื่อเป็นผู้เรียนคนแรก เราถามตัวเองว่าทำไมพึงใจกับการได้เรียน Nude Lighting คำตอบที่ได้รับแบบเข้าข้างตัวเองนิดๆ คือ ความงามทางสรีระที่เห็นแล้วสบายตา
เรามองเพศตรงข้ามครั้งแรกที่ขนตา แม้ปัจจุบันก็ยังคงรักษาระดับการมองไว้ดุจเดิม ไม่เคยมองหน้าอก ไม่เคยสนใจสะโพก (แปลกใจตัวเองเหมือนกัน) ชอบมองแขนที่ล้ำออกนอกเสื้อ ชอบมองพุงที่แอบเผยเย้ยสายลม แต่ไม่เคยจินตนาการตามลามเลียถึงสิ่งอยู่ภายใต้ผ้าพริ้วเลย...สักครั้ง
คงเพราะผิวสาวที่ละเอียดกว่าชาย จึงชวนให้เราละเลียดสายตามองทุกครั้งที่มีโอกาส
“แม้มิได้ครอบครอง ขอเพียงมองก็สุขใจ” นี่คือประโยคที่ตราตรึงในใจเราเสมอ
ซึ่งคำว่า "ครอบครอง" ของเรา อาจต่างจากที่หลายคนเข้าใจ เพราะเราหมายถึงการเป็นเจ้าของร่างกายด้วยจิตวิญญาณของเราเอง แต่เราไม่ได้ปรารถนาจะเป็นผู้หญิง เฉกเช่นชายบางคนที่ไม่พึงใจในเพศตนเอง
ดังนั้นการเรียน Nude Lighting ของเรา จึงหมายถึงการบันทึกความสวยงามเก็บไว้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ เพื่อความงาม มิใช่เพื่ออารมณ์
เท่านี้แหละ คือความหมายของ Nude Lighting สำหรับเรา